พฤษภาคม 21, 2024

EP.1 ทำไม??? อุตสาหกรรมขายตรง 70,000 ล้านบาท ภาครัฐยังไม่เหลียวแล!!

กดแชร์ได้เลยจ้า

ทำไมธุรกิจเครือข่ายขายตรง หรือ MLM จึงไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐ ทั้งที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามากกว่า 70,000 ล้านบาท(หลายปีแล้ว) ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า บริษัทเครือข่ายขายตรงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.โดยบริษัทที่จะเปิดดำเนินธุรกิจในรูปแบบขายตรง และตลาดแบบตรง จะต้องขอใบอนุญาตขายตรง (ขต.1) และตลาดแบบตรง (ขต.2) เพื่อดำเนินธุรกิจจากนายทะเบียนนั่นก็คือ สคบ. ภายใต้การควบคุมของพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545

โดยปัจจุบันบริษัทที่มีชื่อจดทะเบียนอยู่ในสารระบบของสคบ. ตั้งแต่ปี 2545 มีทั้งหมด 1,300 กว่าบริษัท (ประมาณการณ์) แต่ที่ยังเปิดดำเนินธุรกิจกันแบบจริงๆ จังๆ เหลืออยู่ราวๆ 500 กว่าบริษัท(อัพเดทรายชื่อในเว็บไซต์ของสคบ.) ซึ่งในจำนวน 500 กว่าบริษัท มูลค่ารวมของอุตสาหกรรม คาดว่าน่าจะมากกว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งเอาจริงๆ ยังไม่มีใครสามารถ ระบุตัวเลขได้ชัดเจนว่า แท้จริงแล้วมูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมขายตรง มีมูลค่าเท่าไหร่???

อย่างไรก็ตาม การที่ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมขายตรง (ความคิดเห็นส่วนตัว) คิดว่า น่าจะมาจากธุรกิจขายตรงยังไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคหรือคนทั่วไป เพราะหลายคนยังไม่มีความเข้าใจในธุรกิจขายตรงที่มากพอ และไม่สามารถแยกแยะได้ว่าธุรกิจขายตรง แล้วแชร์ลูกโซ่ แตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะการที่มีบริษัทหลายๆ แห่งดำเนินธุรกิจแบบหมิ่นเหม่เข้าข่ายกลายพันธุ์เป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือ Money Game ทำให้คนทั่วไป ชอบเหมารวมว่า เป็นธุรกิจเดียวกัน จึงไม่กล้าและไม่อยากเปลืองตัวที่จะเข้ามาในธุรกิจขายตรง ซ้ำร้ายบางคนยังเหมารวมว่า เป็นธุรกิจหลอกลวง, เป็นธุรกิจหากินบนความเชื่อของคนอื่น, เป็นธุรกิจมันหลอกมึง มึงหลอกมัน หรือเป็นธุรกิจขายฝันเท่านั้น

โดยประเด็นนี้ดูได้จากกรณีดารา-นักแสดงจำนวนมากที่ปัจจุบันหันมาทำธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงกันเป็นจำนวนมาก แต่พอสื่อมวลชน ทราบข่าว ไปสัมภาษณ์ ก็มักจะออกตัวอ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ได้ทำเป็นธุรกิจขายตรง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขากลัวว่าจะกระทบกับงาน

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่า ทำไมธุรกิจ ขายตรง จึงกลายเป็น “แกะดำ” หรือถูกมองว่าเป็น “กาฝากของสังคม” ทั้งที่มีหลายๆ บริษัท ขอย้ำว่า หลายๆ บริษัท ดำเนินธุรกิจ ด้วยความโปร่งใส และเสียภาษีแบบถูกต้อง ซึ่งเงินภาษีที่จ่ายให้กับภาครัฐ ก็น่าจะนำเงินส่วนนั้น มาพัฒนาธุรกิจเครือข่ายขายตรงให้เป็นที่ยอมรับ ที่สำคัญไปกว่านั้น ธุรกิจเครือข่ายขายตรงเป็นธุรกิจที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องแยกปลา แยกน้ำ แยกธุรกิจไม่ดีออกจากบริษัทที่ดีๆ (ติดตามตอนต่อไป)


กดแชร์ได้เลยจ้า