กรกฎาคม 25, 2024

‘รมต.อนุชา’ นั่งโต๊ะบอร์ด คคบ. สั่งฟ้องแพ่ง 7 ผู้ประกอบการ เหตุเอาเปรียบผู้บริโภค

กดแชร์ได้เลยจ้า

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 5/2564 ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยในการประชุมครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ การพิจารณาและมีมติให้ดำเนินคดีคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1 เรื่อง และดำเนินคดีคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน 6 เรื่อง รายละเอียด ดังนี้

           ด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1 เรื่อง

            –  ดำเนินคดีแพ่ง กรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาจองห้องชุดกับบริษัทรายหนึ่ง ในราคา 2,963,256 บาท และได้ชำระเงินจองและเงินดาวน์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 296,325.60 บาท โดยในสัญญาฉบับดังกล่าวมีข้อตกลงที่กำหนดว่า “หากโครงการฯ ไม่ได้รับมติเห็นชอบ EIA ภายในไตรมาสหนึ่งของปี 2563 บริษัทจะยอมคืนเงินที่ผู้บริโภคชำระมาแล้วทั้งหมดภายใน 30 วัน นับจากวันที่ทำจดหมายขอยกเลิกหนังสือสัญญาจองฉบับนี้” ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทได้รับมติเห็นชอบ EIA แล้ว แต่ไม่ตรงตามที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้บริโภคจึงมีหนังสือขอยกเลิกสัญญา ไปยังบริษัทเพื่อยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน แต่บริษัทเพิกเฉย ไม่คืนเงินให้  เมื่อบริษัทไม่อาจปฏิบัติตามข้อสัญญาที่ตกลงกันไว้ได้ บริษัทจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา การกระทำของบริษัทจึงเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค ที่ประชุมจึงมีมติ ดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทเพื่อบังคับให้บริษัท คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

ด้านสินค้าและบริการ จำนวน 6 เรื่อง

1. ดำเนินคดีแพ่งกรณีผู้บริโภคซื้อรายการนำเที่ยวในราคา 146,800 บาท แต่ปรากฏว่าบริษัทไม่สามารถให้บริการได้ตามสัญญา ผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอเงินที่ชำระไปแล้วทั้งหมดคืน ซึ่งบริษัทไม่คืนเงินแก่ผู้บริโภค บริษัทจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ที่ประชุมจึงมีมติดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัท เพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

2. ดำเนินคดีแพ่งกรณีผู้บริโภคได้สั่งซื้อเครื่องเสียง จำนวน 4 เครื่อง รวมเป็นเงินจำนวน 52,000 บาท แต่ผู้ประกอบธุรกิจส่งมอบสินค้าไม่ครบถ้วน โดยผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอเงินคืน แต่ผู้ประกอบธุรกิจไม่คืนเงินจำนวนดังกล่าวให้ จึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และเป็นการกระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม จงใจทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย ที่ประชุมจึงมีมติดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

3. ดำเนินคดีแพ่งกรณีผู้บริโภคได้ทำเรื่องศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย โดยชำระเงินจำนวน 172,095 บาท ต่อมาเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 (COVID – 19) ผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอเงินที่ชำระไปแล้วทั้งหมดคืน แต่บริษัทไม่คืนเงินให้ผู้บริโภค จึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ที่ประชุมจึงมีมติดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

4. ดำเนินคดีแพ่ง กรณีผู้บริโภคได้ซื้อรถยนต์ใช้แล้ว ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E 200 CGI จากบริษัทรายหนึ่ง ในราคา 1,490,000 บาท และได้ชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท โดยในสัญญาขายระบุเลขไมล์ระยะทางที่ 38,268 กิโลเมตร และได้ทำสัญญาเช่าซื้อกับทางบริษัทอีกรายหนึ่ง ซึ่งผู้บริโภคได้ชำระเงินค่าดำเนินการอื่นๆ เป็นเงินจำนวน 704,806 บาท แต่ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวช่วงล่างมีเสียงดังขณะขับขี่ พวงมาลัยหนัก สัญญาณไฟเตือน “Power Steering Malfunction” ผู้บริโภคจึงได้สอบถามประวัติการเข้ารับบริการของรถยนต์คันดังกล่าว จึงพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้เข้าใช้บริการครั้งสุดท้ายในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 โดยปรากฏเลขไมล์ระยะทางที่ 127,878 กิโลเมตร ซึ่งไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาผู้บริโภคจึงมีความประสงค์ขอเลิกสัญญาซึ่งถือได้ว่าบริษัทแห่งนี้กระทำผิดสัญญาและมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขายกับบริษัทได้ ที่ประชุมจึงมีมติ ดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

5. ดำเนินคดีแพ่งกรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาซื้อรถยนต์ใช้แล้ว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด ปี 2009 จากบริษัทผู้ขายรถยนต์ ในราคา 910,000 บาท และได้มอบสัญญาการรับประกันของบริษัทผู้ให้บริการดูแลซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่งเป็นระยะเวลา 1 ปี แก่ผู้บริโภค ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับเกียร์และคอมเพรสเซอร์แอร์ ผู้บริโภคจึงนำรถยนต์เข้าซ่อม แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไข ผู้บริโภคจึงได้แจ้งบริษัทผู้ขายให้รับผิดชอบความเสียหาย แต่ได้รับการปฏิเสธ จึงมีความประสงค์ให้รับซื้อรถยนต์คืนในราคา 910,000 บาท ที่ประชุมจึงมีมติ ดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

6. ดำเนินคดีแพ่งกรณีผู้บริโภคได้ทำสัญญาจ้างเหมาทำความสะอาด กับร้านแห่งหนึ่ง  โดยให้ทำความสะอาดบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 10 ครั้ง ในราคา 10,000 บาท  แต่ปรากฏว่า ร้านฯ ได้ส่งพนักงานมาดำเนินการเพียง 4 ครั้ง หลังจากนั้นไม่สามารถส่งพนักงานมาทำความสะอาดให้ครบถ้วนตามสัญญา ผู้บริโภคจึงขอบอกเลิกสัญญา และให้คืนเงินส่วนต่าง ซึ่งผู้รับจ้างได้ตกลงผ่านแอปพลิเคชัน โดยผู้จ้างจะยอมคืนเงินส่วนต่างจำนวน 6,000 บาท ให้แก่ผู้บริโภคในวันที่ 26 ธันวาคม 2562 แต่เมื่อครบกำหนดระยะเวลา ผู้รับจ้างกลับขอเลื่อนนัด และไม่คืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้บริโภคแต่อย่างใด ที่ประชุมจึงมีมติ ดำเนินคดีแพ่งแก่บริษัทเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย


กดแชร์ได้เลยจ้า