กรกฎาคม 25, 2024

SCM ทำนิวไฮปี’64 กำไรสุทธิพุ่ง 239.9% บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.29 บาท/หุ้น

กดแชร์ได้เลยจ้า

ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ ขายตรงมหาชน รายงานงบการเงินปี’64 พุ่งทะยานทำ New High โดยมีกำไรสุทธิ 217.6 ล้านบาท เติบโต 239.9% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,283.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.29 บาทต่อหุ้น เผยก้าวสู่ปีที่ 10 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 50% ชูหมัดเด็ดขับเคลื่อนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก พร้อมเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ หวังขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ

นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCM ผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในการดูแลสุขภาพรูปแบบเครือข่าย หรือ Multi-Level Marketing (MLM) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2564 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 1,283.6 ล้านบาท เติบโต 24.7% จากปี 2563 ที่มีรายได้รวม 1,029.49 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 217.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 239.9% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ  64.02 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น Earnings Per Share (EPS) 0.36 บาทต่อหุ้น ถือเป็นการทำผลการดำเนินงานที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) นับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งบริษัทฯ

โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากในประเทศ และต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นกลุ่มผู้บริโภครายใหม่ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ และกลุ่มลูกค้าเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงได้จัดกิจกรรมทางการตลาดทั้งออนไลน์ และออฟไลน์เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภครับรู้ถึงแบรนด์มากขึ้น

สำหรับรายได้จากการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น 235.2 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26% ซึ่งที่ผ่านมาบริษัท ได้ทยอยออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องกว่า 9 รายการ (SKUs) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ Nutriga Su-Rin (เสริมอาหารป้องกันเบาหวาน), Nutriga Canza (เสริมอาหารป้องกันมะเร็ง),  Phytovy ดีท็อกซ์ลำไส้, Oxy Quick Triple Action ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น และผลิตภัณฑ์ Skincare จากน้ำมันเมล็ดกัญชงทั้งในรูปแบบของเซรั่ม Essence และครีม เป็นต้น ถือเป็นการขยายฐานตลาดผู้บริโภคให้หลากหลายโดยเฉพาะในโซนยุโรป และอเมริกา

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2564 ในอัตราหุ้นละ 0.29 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้บริษัท จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วอัตราหุ้นละ 0.12 บาท คงเหลือจ่ายเงินปันผลที่เหลืออีกอัตราหุ้นละ 0.17 บาท โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม นี้

ด้าน คุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCM กล่าวว่า สำหรับในปี 2565 ถือเป็นปีที่พิเศษ เนื่องจากซัคเซสมอร์ได้ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 10 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตในอัตรา 50% ผ่านการขับเคลื่อนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.Leverage Brand Energy การยกระดับพลังแบรนด์องค์กร และสินค้าให้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายและสร้างแบรนด์เลิฟเวอร์ วางเป้าขยายฐานลูกค้า แตะระดับ 150,000 ราย จากปัจจุบัน 120,000 ราย และหากรวมดีลเลอร์จากต่างประเทศ ทำให้ยอดรวม 250,000 ราย 2.Driving Digital ขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัลในทุกๆ ฝ่ายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงานและเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการขยายตลาด 3.Create Online & Offline Breakthrough System สร้างและผสมผสานระบบ Offline และ Online ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้รองรับและเติมเต็มจุดอ่อนจุดแข็งของทั้ง 2 ระบบ และ 4.Customer Experience Management การบริหารจัดการประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของลูกค้า

นอกจากนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 เป็นการออกใหม่ตามแผน Redesign และ Reformular เพื่อให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย และสูตรที่อัพเดทกว่า โดยเน้นพัฒนาในกลุ่มของใช้ส่วนตัวเป็นหลักก่อน เช่น โรลออน น้ำยาซักผ้าปรับผ้านุ่ม และเมาท์สเปรย์ เป็นต้น และระดับที่ 2 กลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ ซึ่งจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ช่วยป้องกันและฟื้นฟูเรื่องภูมิแพ้ ผลิตภัณฑ์วิตามินรวมที่ช่วยดูแลสุขภาพของกลุ่ม Silver Age รวมถึงการโฟกัสปั้น 3 รายการที่ช่วยดูแลสุขภาพเฉพาะทางที่ออกจำหน่ายเมื่อปลายปีที่แล้ว คือ ผลิตภัณฑ์ Probiotic ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน รักษาสมดุลในลำไส้ ผลิตภัณฑ์ป้องกันมะเร็ง และผลิตภัณฑ์ป้องกันเบาหวาน

ไม่เพียงเท่านั้นบริษัทยังมีนโยบายขยายตลาด OEM อาหารเสริมสุขภาพ เพื่อเพิ่มผลประกอบการให้กับบริษัทลูก คือ บริษัท บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI) พร้อมขยายตลาดในประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่หัวใจของการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้กลยุทธ์ฝ่ายขาย และการตลาด ได้แก่ 1.เพิ่มความแข็งแรงของช่องทางดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งควบคู่กับช่องทางออฟไลน์เดิม 2.เน้นขยายฐานสมาชิกผ่านการปั้นผู้นำหรือผู้แทนธุรกิจในแต่ละภูมิภาค และเน้นเพิ่มเปอร์เซ็นต์ Active และเพิ่มยอดซื้อต่อบิล และ 3.พัฒนาระบบ CDP เพื่อให้สามารถบริหารระบบการรักษาการซื้อต่อเนื่องของลูกค้า จนไปถึงการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ตลาดส่งออกมีเป้าหมายขยายไปสู่ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ รวมถึงตลาดอเมริกา และออสเตรเลียอีกด้วยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/65


กดแชร์ได้เลยจ้า