ดี เน็ทเวิร์ค ผ่าแผนธุรกิจปี’65 ยึด 7 กลยุทธ์หลักรุกตลาด MLM เผยปั้น DNW Platform ให้เป็นโมเดลธุรกิจขายตรงยุคใหม่ ชูจุดเด่นเสมือนมีเลขามาช่วยทั้งงานขายและสร้างทีม ระบุทุ่มงบ 7 หลักเนรมิตห้องสตูดิโอสุดหรู ทำคอนเทนต์ป้อนนักขาย ล่าสุดจับมือพันธมิตรด้านมาร์เก็ตเพลส รุกตลาด E-Commerce เต็มรูปแบบ หวังครอบคลุมแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ

ดร.สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด หรือ DNW แถลงนโยบายการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2565 ว่า บริษัทได้วาง 7 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน โดย 7 กลยุทธ์ที่วางไว้ประกอบด้วย 1.การใช้ DNW Platform ให้เป็นโมเดลธุรกิจขายตรงยุคใหม่ ด้วยหน้าที่ของ DNW Platform ที่เปรียบเสมือนมีเลขามาช่วยทั้งงานขายและสร้างทีม จึงทำให้นักธุรกิจและบุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้ง่าย ซึ่งรูปแบบการนำเสนอแพลตฟอร์มดังกล่าวจะใช้มาสคอต (Mascot) เป็นน้องแมวเหมียว มาช่วยสื่อสารไปยังกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มเป้าหมายให้เข้าใจมากขึ้นด้วย

สำหรับจุดเด่นของ DNW Platform นั้น จะช่วยให้งานขายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ตั้งแต่การสั่งซื้อสินค้า ชำระเงินตามปกติ หรือ COD และการจัดส่งโดยไม่ต้องสต๊อกสินค้า เนื่องจากมีคลังสินค้าไว้รองรับเพื่อสะดวกในการจัดส่ง เช่น ที่สำนักงานใหญ่ เป็นต้น นอกจากนี้ DNW Platform ยังมีการคำนวนคะแนนรายได้ และช่วยในการสร้างทีม เพราะมีห้องเรียนรู้สามารถเข้าเรียนคอร์สออนไลน์ต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่ามีแพลตฟอร์มนี้ “ทุกอย่างครบจบในแอพเดียว”
ส่วนกลยุทธ์ที่ 2 คือ การสร้างห้องสตูดิโอแบบเต็มรูปแบบ เพื่อให้นักธุรกิจสามารถมาใช้ถ่ายภาพ และถ่ายคลิปคอนเทนต์ต่างๆ ทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลและคอนเทนต์หลักของบริษัทอีกด้วย โดยห้องสตูดิโอแห่งนี้ใช้งบลงทุนกว่า 7 หลัก

ต่อด้วยกลยุทธ์ที่ 3.การพัฒนาสินค้าใหม่ สังเกตได้ว่าตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดี เน็ทเวิร์คได้ทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ D-SHOWY และ D-Balance โดยคอนเซ็ปต์ของการเปิดตัวสินค้าใหม่จะเน้นเรื่องของนวัตกรรมที่ทันสมัย ที่สำคัญคือ การนำสารสกัดคุณภาพระดับพรีเมี่ยมหลายๆ ตัว มาผสมผสานรวมไว้ในเม็ดเดียว เพื่อให้เห็นผลชัดเจน และมีราคาที่เหมาะสมสามารถทำการตลาดได้ง่าย น้ำหนักเบา ขนส่งสะดวก ที่สำคัญต้องแข่งขันในตลาดอาเซียนได้ และดี เน็ทเวิร์คต้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เองทั้งหมด

ดร.สาคร กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ที่ 4 คือ แผนการจ่ายผลตอบแทนที่ออกแบบมาเพื่อนักธุรกิจ โดยจะครอบคลุมทั้งในเชิงตัวเลข และเชิงพฤติกรรม ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างทีมที่ดี เพื่อความสำเร็จในระยะยาว อย่างไรก็ตามแผนการจ่ายผลตอบแทนของดี เน็ทเวิร์ค ถูกออกแบบมาครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่า จะเป็นในเชิงโอกาสของคนมาก่อนไม่ได้ได้เปรียบคนมาทีหลัง และคนมาทีหลังก็ไม่ได้เสียเปรียบคนมาก่อน ส่วนในเชิงปฏิบัติของแผนการจ่ายของดี เน็ทเวิร์ค ต้องจ่ายได้จริง ไม่ต้องรอขึ้นตำแหน่งสูง นักธุรกิจสามารถมีรายได้ตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจได้ทันที

ขณะที่กลยุทธ์ที่ 5.กิจกรรมการตลาด คือ การก้าวสู่ E-Commerce เต็มรูปแบบ โดยดี เน็ทเวิร์คได้ร่วมกับแพลตฟอร์มชื่อดัง เช่น Lazada และ Shopee ในการเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มดังกล่าวกว่า 1,000 ร้านค้า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักธุรกิจของดี เน็ทเวิร์คทำการตลาดที่หลากหลายช่องทาง ด้วยปรัชญาที่ว่า “E-Commerce ครองโลก D Network ครอบคลุม E-Commerce”
ส่วนกลยุทธ์ที่ 6 คือ ด้านฝึกอบรม ซึ่งดี เน็ทเวิร์ค ถือเป็นบริษัทขายตรงที่มีสถาบันฝึกอบรม และมีบุคลากรของตนเอง ไม่ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญ หรือโค้ชจากที่อื่นมาถ่ายทอดความรู้ให้กับนักธุรกิจ ดังนั้นที่นี่จึงมีทีมวิทยากรที่มีความสามารถในการฝึกอบรมได้ทั้งวิธีคิด, วิธีการ และการสร้างแรงบันดาลใจ โดยบรรดาวิทยากรของดี เน็ทเวิร์ค สามารถจัดคอร์สฝึกอบรมได้ทั้งแบบออฟไลน์ และออนไลน์ได้ด้วย

ปิดท้ายด้วยกลยุทธ์ที่ 7 คือ ระบบสู่ความสำเร็จปี 2565 โดยในปีนี้ดี เน็ทเวิร์ค จะจัดงานมอบเข็ม และมอบประกาศนียบัตรให้กับนักเรียนเตรียมผู้บริหารรุ่นที่ 16-21 พร้อมทั้งจัดงานมอบเข็มเกียรติยศ และประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจที่ผู้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งระดับต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจของดี เน็ทเวิร์คด้วย




