ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำสถิติระดับสูงสุดใหม่หลายครั้ง ท่ามกลางกระแสความสนใจของนักลงทุนและประชาชนทั่วไปที่หันมาถือครองทองคำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเตือนว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อาจไม่ใช่สัญญาณบวกต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม หากแต่เป็นภาพสะท้อนของความไม่มั่นคงและความกังวลในอนาคตทางเศรษฐกิจโลก
นักวิเคราะห์ระบุว่า ทองคำมักถูกใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง ทั้งจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความผันผวนของค่าเงินหลัก สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ การที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงจึงสะท้อนให้เห็นถึงการลดลงของความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินและตลาดทุน
ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำอย่างรวดเร็ว อาจนำไปสู่พฤติกรรมการลงทุนตามกระแส โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เข้าซื้อทองคำจากความกลัวพลาดโอกาส (FOMO) โดยไม่ได้ประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มโอกาสเกิดฟองสบู่ราคา และหากปัจจัยลบเริ่มคลี่คลายหรือมีข่าวบวกทางเศรษฐกิจ ราคาทองคำอาจปรับฐานลงอย่างรุนแรงในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้ผู้ที่เข้าซื้อในช่วงราคาสูงสุดเผชิญความเสี่ยงขาดทุน
นอกจากนี้ แม้ทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ราคาทองคำมีความผันผวนสูง การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันอาจอยู่ในระดับหลายร้อยบาทต่อบาททองคำ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ลงทุนที่ใช้เงินหมุนเวียนหรือเงินกู้ยืม อีกทั้งการตัดสินใจลงทุนจากอารมณ์และข่าวลือ อาจนำไปสู่การซื้อขายผิดจังหวะ
นักเศรษฐศาสตร์ยังชี้ว่า หากเงินทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่การถือครองทองคำมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง เนื่องจากเงินทุนดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ในการลงทุนด้านการผลิต ธุรกิจ หรือการจ้างงาน ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอลงในระยะยาว ในช่วงที่ราคาทองคำอยู่ในทิศทางขาขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงการลงทุนที่แฝงมากับกระแสทองคำ ทั้งการชักชวนลงทุนโดยอ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง การซื้อขายทองคำที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลอย่างรอบคอบ กระจายความเสี่ยง และมองการลงทุนในทองคำเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนมองว่านี่คือ “โอกาสทอง” ของการลงทุน แต่ในความเป็นจริง การที่ราคาทองคำพุ่งแรงและยาวนานเกินปกติ อาจซ่อน ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่น่ากลัวกว่าที่คิด
ทองคำไม่ใช่แค่สินทรัพย์ลงทุน แต่เป็น “กระจกสะท้อนความกลัวของโลกการเงิน”
1. ราคาทองพุ่ง = ความไม่มั่นคงของระบบเศรษฐกิจโลก โดยปกติ ทองคำจะปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เงินเฟ้อสูง ค่าเงินหลักอ่อนค่า
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น เมื่อราคาทองพุ่งไม่หยุด แปลว่านักลงทุนจำนวนมาก ไม่เชื่อมั่นในระบบการเงินปกติ และกำลังหนีความเสี่ยงไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) นี่ไม่ใช่สัญญาณของความมั่งคั่ง แต่คือสัญญาณของ “ความไม่มั่นใจในอนาคต”
2. ฟองสบู่ทองคำ: ความเสี่ยงที่คนแห่ซื้อเพราะกลัวตกรถ เมื่อราคาทองขึ้นแรงติดต่อกัน จะเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out)
คนที่ไม่เคยลงทุน เริ่มแห่ซื้อซื้อโดยไม่ประเมินมูลค่าที่แท้จริง ซื้อเพราะ “กลัวไม่ได้กำไร” สิ่งนี้อาจนำไปสู่ ฟองสบู่ราคา และเมื่อความกลัวคลี่คลาย หรือมีข่าวบวกด้านเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย ราคาทองสามารถ ปรับฐานแรงและเร็ว จนผู้ที่เข้าซื้อช่วงปลายติดดอยได้ทันที
3. ความผันผวนสูง = เสี่ยงขาดทุนมากกว่าที่คิด แม้ทองคำจะดูมั่นคงในระยะยาว แต่ในระยะสั้นราคาทองสามารถแกว่งวันละหลายร้อยบาท นักลงทุนรายย่อยที่ใช้เงินร้อนหรือกู้ยืม อาจรับแรงเหวี่ยงไม่ไหวการตัดสินใจด้วยอารมณ์ ทำให้ขายผิดจังหวะ ทองคำ “ไม่ใช่” สินทรัพย์ที่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการผลตอบแทนเร็ว
4. เงินไหลเข้าทองมากเกินไป อาจฉุดเศรษฐกิจจริง เมื่อเงินจำนวนมากไหลไปอยู่ในทองคำเงินจะไม่ถูกนำไปลงทุนในธุรกิจการผลิต การจ้างงาน และนวัตกรรมชะลอตัวเศรษฐกิจจริงขาดสภาพคล่องระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา แม้ราคาทองจะยังดูสูงอยู่ก็ตาม
5. กลโกงและการหลอกลงทุนเพิ่มขึ้นตามกระแสช่วงทองคำขาขึ้น มักมาพร้อมกับแชร์ลูกโซ่ทองคำ การชวนลงทุนอ้างผลตอบแทนสูง ทองปลอม / สัญญาซื้อขายที่ไม่โปร่งใส ผู้ที่ขาดความรู้หรือรีบร้อนลงทุน มีโอกาสเสียหายมากกว่าการขึ้นลงของราคาเสียอีก
บทสรุป: ทองคำสูง ≠ โลกปลอดภัย
ราคาทองที่พุ่งไม่หยุด อาจไม่ใช่ข่าวดีอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือ สัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจโลกกำลังสะสม นักลงทุนที่ฉลาดควร
กระจายความเสี่ยงไม่ลงทุนตามอารมณ์มองทองคำเป็น “เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง” ไม่ใช่ทางลัดสู่ความรวยในโลกการเงินสิ่งที่ขึ้นแรงที่สุด มักเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด




