spot_img

NewsFEED Channel

NewsFEED Channel

ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ โชว์ศักยภาพบนเวที NIA มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ร่วมนำเสนอผลงานบนเวทีรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ตอกย้ำศักยภาพองค์กรขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ...

SAPP888 สร้างมากกว่าธุรกิจ สู่ครอบครัวแห่งความสำเร็จที่เติบโตไปด้วยกัน

SAPP888 ตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรแห่งความผูกพัน สร้างครอบครัวแห่งความสำเร็จที่เติบโตไปด้วยกัน ...

เตือนภัยเศรษฐกิจ เงินเฟ้อปี 2569 ไม่แรงแต่ยาว เจ็บลึกกว่าที่คิด

เงินเฟ้อ 2569: ภัยเงียบที่กัดกินเศรษฐกิจไทยและชีวิตประชาชน

เมื่อค่าครองชีพพุ่งเร็วกว่ารายได้ ใครรับมือไม่ทันอาจ “จนลงโดยไม่รู้ตัว”
ปี 2569 ถูกจับตามองว่าเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความพยายามของหลายประเทศในการประคองการฟื้นตัวหลังความผันผวนทางเศรษฐกิจต่อเนื่องหลายปี อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนตรงกันว่า ภาวะเงินเฟ้อ ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่อาจสร้างแรงกระแทกต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง
เงินเฟ้อในปี 2569 ไม่ได้มาในรูปแบบรุนแรงฉับพลันเหมือนวิกฤตในอดีต แต่มีลักษณะของ “เงินเฟ้อเรื้อรัง” ที่ค่อย ๆ ดันราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนบั่นทอนกำลังซื้อโดยไม่รู้ตัว

เงินเฟ้อรอบนี้… ไม่ใช่แค่ราคาสูง แต่คือโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนไป
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เงินเฟ้อในปี 2569 เกิดจากแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ยังผันผวน ราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ค่าแรงที่ปรับเพิ่มตามค่าครองชีพห่วงโซ่อุปทานที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติอย่างเต็มที่
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถูกส่งต่อมายังราคาสินค้าและบริการปลายทาง ซึ่งหมายความว่า เงินเฟ้อไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว แต่กลายเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้าง

ค่าครองชีพสูง แต่รายได้ไม่ทัน: จุดเปราะบางของครัวเรือนไทย
ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือ กำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ประจำ ซึ่งรายได้ปรับเพิ่มช้ากว่าราคาสินค้า
ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ล้วนปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินออมลดลง หลายครัวเรือนต้องนำเงินสำรองมาใช้ หรือพึ่งพาหนี้สินมากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงทางการเงินในระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงขึ้น และกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจในภาพรวม

ดอกเบี้ยสูงตามเงินเฟ้อ: แรงกดดันซ้ำเติมเศรษฐกิจ
ภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจบีบให้ธนาคารกลางต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวด หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมราคาสินค้า
ผลที่ตามมาคือภาระหนี้ของประชาชนเพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจสูงขึ้น การลงทุนใหม่ชะลอตัว ตลาดทุนมีความผันผวน สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะ “โตช้า แต่ของแพง” ซึ่งเป็นโจทย์ยากที่สุดของการบริหารเศรษฐกิจ

เงินเฟ้อกับความเหลื่อมล้ำ: ผู้ที่เจ็บหนักที่สุดไม่ใช่คนรวย
นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า เงินเฟ้อส่งผลกระทบไม่เท่ากัน กลุ่มรายได้น้อยและผู้ไม่มีสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ในขณะที่ผู้มีสินทรัพย์ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนบางประเภท อาจยังสามารถรักษามูลค่าความมั่งคั่งได้ หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม เงินเฟ้อในปี 2569 อาจกลายเป็นตัวเร่งให้ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจขยายตัวรุนแรงขึ้น

บทสรุป: เงินเฟ้อไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือความเสี่ยงที่ต้องเตรียมรับมือ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชน
– วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ
– สร้างเงินออมสำรองรับความไม่แน่นอน
– เพิ่มทักษะและรายได้ทางเลือก
– กระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ขณะที่ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งออกนโยบายดูแลค่าครองชีพ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้ภาวะเงินเฟ้อกลายเป็นวิกฤตเงียบที่กัดกินเศรษฐกิจในระยะยาว
โดย…อั๋นนิวส์ฟีด

spot_imgspot_img