spot_img

NewsFEED Channel

NewsFEED Channel

“ศุภมาส” เร่งสอบเส้นทางการเงิน “ช่างหนึ่ง” พ่วงขยายผลคดี “โมเดิร์นเทจ” ส่ง ปคบ.

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือ “ช่างหนึ่ง” ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ภายหลัง สคบ. ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัวผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยได้มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมและกำกับการดำเนินงาน พร้อมด้วยนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. นายฐิตินันท์ สิงหา รองเลขาธิการ สคบ. และนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภค 3 สคบ.

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดำเนินงานในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน ปรากฏว่า นายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือ “ช่างหนึ่ง” ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย ขณะที่มีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำจำนวน 40 ราย จากทั้งหมด 60 ราย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ สคบ. จึงต้องออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มาแสดงตัวอีกครั้ง

“ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่มาแสดงตัวจะมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกันนี้ สคบ. ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินคดีทางแพ่งแทนผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงผ่านกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) อีกทางหนึ่ง” นางสาวศุภมาสกล่าว

นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า สคบ. ได้ยื่นขอสอบเส้นทางการเงินจากธนาคาร ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน สำหรับบทกำหนดโทษกรณีดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ตกลงในสัญญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดในส่วนของโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไทม์ไลน์การดำเนินคดีของ สคบ. กับผู้ถูกกล่าวหา จะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน

นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณี บริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคดีรับเหมาก่อสร้างบ้านว่า ในส่วนของการดำเนินคดีทางแพ่ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ได้มีมติครั้งที่ 5/2568 ให้ดำเนินคดีแล้ว จำนวน 1 ราย ต่อมามีผู้บริโภคร้องทุกข์เข้ามาเพิ่มเติมประมาณ 60-70 ราย แต่ปรากฏว่าบริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่ง สคบ. จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามขั้นตอนต่อไป ส่วนการดำเนินคดีทางอาญา สคบ. ได้ส่งเรื่องไปที่ บก.ปคบ. จำนวน 90 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวน และในส่วนของ สคบ. เอง ได้ส่งเปรียบเทียบความผิดไปแล้วจำนวน 2 คดี

“สคบ. ยังเดินหน้าตรวจสอบผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่นที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกับเคสที่เกิดขึ้นตามสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียต่างๆ พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าถึงบริการของ สคบ. ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ช่องทางการร้องเรียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการต่างๆ ในโลกออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าสิ่งที่จะได้รับนั้นตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบประวัติของผู้รับเหมาและบริษัทก่อนทำสัญญา และไม่ควรจ่ายเงินมัดจำเป็นก้อนใหญ่ล่วงหน้าเกินสัดส่วนของงาน หากพบการกระทำความผิด สคบ. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการรายใดเอาเปรียบประชาชนอย่างเด็ดขาด” นางสาวศุภมาสกล่าว

ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการจ้างเหมาก่อสร้าง หรือการบริการอื่นๆ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

spot_imgspot_img