spot_img

NewsFEED Channel

NewsFEED Channel

“ศุภมาส” ผนึก “สคบ.-กทม.-ตร.” ตรวจอู่ซ่อมรถย่านวิภาวดีหลังพบร้องเรียนพุ่ง

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และตัวแทนจากสำนักงานเขตจตุจักร และสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ลงพื้นที่นำร่องตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจให้บริการซ่อมรถยนต์ ณ ศูนย์บริการรถยนต์ บริษัท โตโยต้า บัสส์ จำกัด สาขาวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยบูรณาการ 3 หน่วยงานตรวจสอบการจัดทำหลักฐานการรับเงินตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการซ่อมรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2546

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการนำร่องตรวจสอบรวม 5 จุดในเขตจตุจักร ก่อนขยายผลการตรวจสอบให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยแต่ละหน่วยงานใช้อำนาจหน้าที่ของตนเอง สคบ. ตรวจหลักฐานการรับเงินตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฯ สำนักงานเขตจตุจักรตรวจใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่นดูแลความเรียบร้อย ทำให้การตรวจสอบครอบคลุมทุกมิติในการลงพื้นที่ครั้งเดียว

ทั้งนี้ ประกาศฯ ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 แต่ สคบ. ยังคงได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบันมีมากกว่า 1,700 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาการซ่อมเครื่องยนต์และตัวถัง ค่าซ่อมไม่ชัดเจน เก็บเงินเพิ่มโดยไม่แจ้งก่อน และหลักฐานการรับเงินระบุรายละเอียดไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ที่ผ่านมา สคบ. ช่วยเหลือจนยุติเรื่องไปแล้วเกือบ 1,200 เรื่อง หรือเกือบ 70% ส่วนที่เหลืออยู่ในกระบวนการทั้งหมด

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ตนได้สานต่อนโยบายของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทำงานเชิงรุกและประสานกัน ไม่ทำงานแบบต่างคนต่างทำ จึงสั่งการให้ สคบ. นำผลการตรวจนำร่องครั้งนี้ไปขยายผล พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถยนต์ทั่วประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ประสานข้อมูลกับกรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาคให้ประสานผ่าน สคบ. จังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด เพื่อให้การตรวจสอบเป็นระบบ ทั่วถึง และติดตามผลได้ชัดเจนขึ้น

“รถยนต์คือทรัพย์สินที่ประชาชนใช้ทุกวัน ความปลอดภัยในการเดินทางขึ้นอยู่กับงานซ่อมที่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคจึงต้องได้รับข้อมูลครบทั้ง 3 ช่วง ก่อนซ่อมต้องได้รับการประเมินและแจ้งราคาค่าอะไหล่ ค่าแรงก่อนลงมือ ระหว่างซ่อมต้องรู้ระยะเวลา และรู้ว่าใช้อะไหล่แท้หรืออะไหล่ทดแทน หลังซ่อมต้องมีการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่ที่ระบุระยะเวลาหรือระยะทางชัดเจน เมื่อชำระเงินแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่มีรายการครบ 9 รายการทันที เอกสารนี้คือเกราะของผู้บริโภค หากเกิดปัญหาภายหลังจะใช้เรียกร้องสิทธิได้ทันที อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับปัจจุบันควบคุมเฉพาะหลักฐานการรับเงินซึ่งออกหลังการซ่อมเสร็จ แต่ปัญหาจำนวนมากเกิดตั้งแต่ก่อนตกลงรับบริการ ดิฉันจึงมอบหมายให้ สคบ. เร่งศึกษายกระดับความคุ้มครองให้ครอบคลุมถึงสัญญาก่อนรับบริการซ่อมรถยนต์ด้วย เพื่อให้ผู้บริโภครู้รายการซ่อม ราคา และเงื่อนไขชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มซ่อม ไม่ใช่คุ้มครองเฉพาะขั้นตอนใบเสร็จรับเงินเพียงอย่างเดียว” นางสาวศุภมาส กล่าว

นางสาวศุภมาสยังได้ฝากถึงผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถยนต์ทุกรายว่า การออกหลักฐานการรับเงินไม่ใช่เรื่องขอความร่วมมือ แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายทันที และขอบคุณสำนักงานเขตจตุจักร สถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น และผู้ประกอบการทุกจุดที่เปิดให้เข้าตรวจในวันนี้ ความร่วมมือแบบนี้คือภาพที่ประชาชนอยากเห็น และผู้ที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ หากผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากการใช้บริการซ่อมรถยนต์ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด

spot_imgspot_img