spot_img

NewsFEED Channel

NewsFEED Channel

MGC-ASIA โชว์กำไรสุทธิ 1,284 ล้านบาท พุ่ง 782% ตอกย้ำเข้าสู่รอบเติบโตใหม่

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตโดดเด่น ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ที่ครอบคลุมยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า บริการหลังการขายครบวงจร ธุรกิจการเงิน และประกันภัย ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 22,477 ล้านบาท ยอดขายรถยนต์ 11,814 คัน และยอดจองคงค้าง (Backorder) 1,065 คัน ซึ่งเป็นฐานรองรับการรับรู้รายได้ในช่วงถัดไป ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 782.2% จากปีก่อน ตอกย้ำการเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ ในระยะกลางถึงระยะยาว
พร้อมกันนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีก 0.11 บาทต่อหุ้น หลังจากจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.14 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีเป็น 0.25 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 5.7% สะท้อนความสามารถ ในการสร้างกระแสเงินสด และการเติบโตที่ควบคู่ไปกับผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
Core Profit เติบโตแข็งแกร่ง สะท้อนคุณภาพกำไร ผลประกอบการปี 2568 สะท้อนการเติบโตจากธุรกิจหลักอย่างชัดเจน โดยกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 683 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 369.1% จากปีก่อน EBITDA อยู่ที่ 2,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.7% ROE 15.3% เพิ่มขึ้น 11.4%
การเติบโตดังกล่าวมาจากการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า รายได้ประจำจากบริการหลังการขาย ธุรกิจการเงิน และประกันภัย ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทรับรู้กำไรจากการตีมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ของเงินลงทุนจำนวน 601.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษ (One-time Item) ช่วยสนับสนุนให้กำไรสุทธิรวม ทำระดับสูงสุดใหม่
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ Mobility Ecosystem ที่เราวางรากฐานมาอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของกำไรจากธุรกิจหลัก ควบคู่กับรายได้ประจำจากบริการ การเงิน และประกันภัย ช่วยเสริมเสถียรภาพ และคุณภาพกำไรในระยะยาว เราเชื่อมั่นว่าบริษัทได้เข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ที่มีความยั่งยืน และพร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง”

หลายธุรกิจหลักเติบโตพร้อมกัน หนุนเสถียรภาพทั้งระบบ การเติบโตของผลประกอบการ ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายธุรกิจหลัก ทั้งยอดขายยานยนต์พรีเมียม การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รายได้ประจำจากบริการ การฟื้นตัวของธุรกิจการเงินและประกันภัย ส่งผลให้อัตรากำไรและกระแสเงินสดของกลุ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“การขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากแบรนด์พรีเมียมระดับโลก เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะถัดไป เราพร้อมต่อยอดศักยภาพของทุกธุรกิจในเครือ เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุล ทั้งรายได้ กำไร และกระแสเงินสด” ดร.สัณหวุฒิ กล่าวเสริม

spot_imgspot_img