ไมเดีย บิลดิ้ง เทคโนโลยี หรือ เอ็มบีที (Midea Building Technologies – MBT) หนึ่งในหน่วยธุรกิจของไมเดียกรุ๊ปจัดงาน “Feel the Future” เปิดตัวโซลูชันระบบทำความเย็นอย่างเต็มระบบสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers – AIDC) มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรม เช่น การติดตั้งที่ล่าช้า ความกังวลด้านการใช้พลังงาน รวมถึงราคารวมต่อโซลูชันที่สูง ให้ผู้ใช้มีระบบดาต้าเซนเตอร์ที่ทำงานรวดเร็ว เชื่อถือได้ และมีความยั่งยืน
โซลูชันครบวงจรที่สอดรับกับระบบประมวลผลกำลังสูง
เมื่อความหนาแน่นของการประมวลผลเพิ่มสูงขึ้น ดาต้าเซนเตอร์ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงและการใช้พลังงานที่มากขึ้น โซลูชันของไมเดียครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบ การส่งมอบระบบ ไปจนถึงการบำรุงรักษา โดยสร้างบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่แหล่งกำเนิดความเย็นไปจนถึงอุปกรณ์ปลายทาง นอกจากนี้ไมเดียยังได้พัฒนาเทคโนโลยีระบบทำความเย็นแบบใช้ของเหลวที่ผสมผสานกับระบบชิลเลอร์ คอนเดนซิ่งยูนิต (CDU) อุปกรณ์ระบายความร้อนด้วยของเหลว และระบบปฏิบัติการดิจิทัล รวมถึง “สถาปัตยกรรมระบบที่ผสานการทำงาน ทั้งระบบทำความเย็นด้วยอากาศและของเหลว (Wind‑Fluid Synergy Architecture)” สำหรับบริเวณแร็กติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานระหว่างระบบทำความเย็นด้วยอากาศและระบบทำความเย็นด้วยของเหลว
3 ผลิตภัณฑ์หลักของโซลูชันครบวงคร
คอนเดนซิ่งยูนิตไมเดียแม็กเลฟแอ็กทีฟ (Midea Maglev Active CDU) คอนเดนซิ่งยูนิตที่ผสานแหล่งกำเนิดความเย็นจากตลับลูกปืนแม่เหล็กและยูนิตกระจายความเย็น ช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ร้อยละ 50 หากติดตั้งในสถานที่ที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น โดยคอนเดนซิ่งยูนิตรุ่นนี้ช่วยให้ดาต้าเซนเตอร์มีระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) น้อยกว่า 1.2 อีกทั้งยังติดตั้งได้รวดเร็วกว่าและลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานได้มากขึ้น
ระบบชิลเลอร์แบบตลับลูกปืนแม่เหล็กที่ทำความเย็นด้วยอากาศ (Midea Air-Cooled Magnetic Bearing Chiller) เป็นระบบที่ออกแบบสำหรับพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำน้อยและมีอุณหภูมิสูง ซึ่งมีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานสูงและทำงานได้ต่อเนื่องโดยมีการเสื่อมถอยของประสิทธิภาพระบบในระดับต่ำ
คอนเดนซิ่งยูนิตไมเดียสำหรับภาคอุตสาหกรรม ให้กำลังทำความเย็นสูงถึง 2,600 กิโลวัตต์ เหมาะสมสำหรับหน่วยงานที่ต้องการระบบที่เสถียร ปลอดภัย และทำงานได้ต่อเนื่อง
ฐานการผลิตแบบอัจฉริยะสำหรับระบบทำความเย็นด้วยของเหลว
ภายในงาน “Feel the Future” ไมเดียได้แนะนำฐานการผลิตแบบอัจฉริยะแห่งใหม่สำหรับระบบทำความเย็นโดยใช้ของเหลวมูลค่ากว่า 4,800 ล้านบาท ณ เขตชุนเต๋อ ประเทศจีน เพื่อเพิ่มขีดจำกัดด้านการผลิตส่วนประกอบหลัก เช่น ระบบชิลเลอร์และคอนเดนเซอร์ยูนิตให้มากขึ้นและความสามารถในการผลิตได้ด้วยตนเอง โดยเริ่มการก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและคาดว่าฐานการผลิตนี้จะเริ่มดำเนินงานได้ภายในสิงหาคม ปี 2570
ความร่วมมือด้านวิชาการ
ดร. เอ็มดี ไรซุล อิสลาม ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับห้องทดสอบศูนย์ข้อมูลแบบยั่งยืนในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น (Sustainable Tropical Data Centre Testbed – STDCT) ซึ่งเป็นห้องวิจัยแบบเปิดในประเทศสิงคโปร์ที่ใช้พลังงานในการทดลองปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ทั้งด้านพลังงานไฟฟ้า พลังงานน้ำ และคาร์บอนสำหรับศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ภูมิอากาศร้อนชื้นที่ระดับ 0.5 เมกกะวัตต์ โดยไมเดียมีการร่วมปรึกษาหารืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสานความร่วมมือสำหรับการทดลองในระยะต่อไป ในโอกาสนี้ ดร. กัว ช่วย ตั้งข้อสังเกตว่า หัวใจสำคัญของการแก้ข้อติดขัดด้านความเย็นสำหรับแร็กเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้พลังงานมากกว่า 20 กิโลวัตต์นั้นอาจต้องใช้เพลทระบายความร้อนที่ขึ้นรูปด้วยกระบวนการพิมพ์สามมิติ (AM Cold Plates) และพัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับแต่ละภูมิอากาศ
ในช่วงการอภิปรายกลุ่มย่อย ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องกันว่า ระบบระบายความร้อนกำลังจะเปลี่ยนจากระบบสนับสนุน สู่องค์ประกอบหลักของดาต้าเซนเตอร์โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีภูมิกาศร้อนชื้น ที่ควรมุ่งเน้นการวัด “พลังการประมวลผล” และราคารวมของศูนย์ข้อมูลมากกว่าระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งการผสมผสานระหว่างการทดสอบในพื้นที่ใช้งานจริงกับการพัฒนาด้านวิศวกรรมระบบนั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและช่วยส่งเสริมการปรับเปลี่ยนสู่ระบบใหม่ให้รวดเร็วขึ้น
Midea Building Technologies มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับ AI ด้วยศักยภาพของการพัฒนาระบบที่ครบวงจร กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การผลิตในท้องถิ่น รวมถึงการเปิดรับนวัตกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา




