spot_img

NewsFEED Channel

NewsFEED Channel

“ศุภมาส” ขีดเส้น 1 สัปดาห์! สั่ง สคบ. ตรวจสอบ บ.ท๊อปอัพ ทู ริช

วันที่ 8 กันยายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับรายงานความคืบหน้ากรณีกลุ่มผู้ร้องกว่า 10 ราย เข้ายื่นเรื่องต่อ สคบ. เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ขอให้ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัท ท๊อปอัพ ทู ริช จำกัด ตนได้สั่งการให้ สคบ. เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมหลักฐานจากทุกฝ่าย และลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับคำตอบโดยเร็ว

“เรื่องนี้ต้องแยกตรวจสอบให้ชัดเจนทั้งการซื้อสิทธิเข้าใช้งานระบบ ITS และการเข้าร่วมแผนธุรกิจ การมีระบบ สินค้า หรือบริการที่ใช้งานได้จริงเป็นข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง แต่ยังต้องตรวจสอบต่อว่าผู้ร้องแต่ละรายชำระเงินเพื่ออะไร ได้รับสิทธิ สินค้า หรือบริการครบถ้วนตามที่เสนอขายหรือไม่ การโฆษณาและการชักชวนตรงกับแผนการตลาดหรือไม่ รวมถึงค่าตอบแทนที่ได้รับมีที่มาและเงื่อนไขอย่างไร สคบ. จะพิจารณาจากเอกสารและธุรกรรมจริง ไม่ยึดเพียงคำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” นางสาวศุภมาสกล่าว

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า การตรวจสอบจะครอบคลุมตั้งแต่คำสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการชำระเงิน ข้อมูลการลงทะเบียน การส่งมอบสิทธิเข้าใช้งานระบบ ITS สินค้าและบริการที่ผู้ซื้อได้รับ การใช้งานระบบจริง รายการคะแนน RV แผนการตลาด คุณสมบัติในการรับค่าตอบแทน ตลอดจนค่าตอบแทนหรือประโยชน์ที่แต่ละรายได้รับแล้ว พร้อมเปิดโอกาสให้บริษัทชี้แจงและนำส่งข้อมูลจากระบบเพื่อเปรียบเทียบกับหลักฐานของผู้ร้องเป็นรายกรณี

จากข้อมูลของ สคบ. บริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 แต่การโฆษณา กำหนดแผนการตลาด ผลตอบแทน หรือธุรกรรมทุกประเภท เป็นการบริหารจัดการภายในบริษัท อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อร้องเรียน สคบ. ยังมีหน้าที่ตรวจสอบว่าการดำเนินธุรกิจในช่วงเวลานั้นตรงตามข้อมูลที่แจ้งไว้และเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

ที่ผ่านมา ก่อนการยื่นเรื่องของกลุ่มผู้ร้องครั้งล่าสุด สคบ. เคยรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทดังกล่าวจำนวน 8 ราย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ถึงปี พ.ศ. 2569 ในประเด็นขอให้ตรวจสอบการเข้าร่วมธุรกิจและขอเงินคืน โดยสามารถเจรจาตกลงจนผู้ร้องได้รับเงินคืนและยุติเรื่องร้องเรียนแล้ว ส่วนกลุ่มผู้ร้องที่ยื่นเรื่องเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเสียหายเป็นรายบุคคล

สำหรับข้อมูลที่ระบุว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 40 ราย และมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาทนั้น สคบ. ยังไม่ถือเป็นข้อยุติ โดยจะตรวจสอบที่มาของตัวเลขและเอกสารประกอบของแต่ละรายว่า ชำระเงินจำนวนเท่าใด ชำระเพื่อรายการใด ได้รับสิทธิ สินค้า หรือบริการแล้วหรือไม่ มีการใช้งานระบบหรือได้รับค่าตอบแทนและประโยชน์กลับคืนไปเท่าใด ก่อนสรุปจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยคดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด การตรวจสอบเรื่องร้องเรียนล่าสุดจึงเป็นการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของ สคบ. โดยไม่ก้าวล่วงกระบวนการพิจารณาของศาล

“ดิฉันกำชับให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา ผู้ร้องต้องได้รับคำตอบจากหลักฐาน และบริษัทต้องมีโอกาสชี้แจง หากพบว่ามีการโฆษณาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ไม่ส่งมอบสิทธิหรือบริการตามที่ตกลง หรือมีการดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมาย สคบ. จะใช้มาตรการตามอำนาจหน้าที่ทันที หากพบประเด็นที่อยู่นอกเหนืออำนาจ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อโดยไม่ปล่อยให้เรื่องหยุดอยู่เพียงการรับคำร้อง” นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้าย

spot_imgspot_img