spot_img

NewsFEED Channel

NewsFEED Channel

FVC เปิดแผนเชิงรุก69 สู้ศึกตลาด ครึ่งปีหลังสดใส ลุ้นรายได้โอนกรรมสิทธิ์นิคมฯ

บมจ.ฟิลเตอร์ วิชั่น (FVC) กางแผนกลยุทธ์เชิงรุกปี 69 มุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิม-ควบคุมต้นทุน และขยายสู่ตลาดใหม่ เพื่อรับมือภาวะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง พร้อมส่งสัญญาณบวกกลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) ลุ้นบุ๊กรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคมฯ เวิลด์ (ลำพูน) ดันผลงานช่วงครึ่งปีหลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นายวิจิตร เตชะเกษม กรรมการผู้จัดการ (กลาง) พร้อมด้วย นายธนพรรจน์ ตันติวัฒนวิจิตร (ขวา) ผู้จัดการทั่วไป และนางสาวปานจิต ฉิมพาลี (ซ้าย) ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC ร่วมนำเสนอข้อมูลภายในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Earnings call) ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ว่า บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาขับเคลื่อนกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบกับกลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) ซึ่งกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้าคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้บริษัทฯ จะมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าว พร้อมสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลัง เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

พร้อมกันนี้ยังวางกลยุทธ์เชิงรุกในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคารุนแรงและต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่
กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) : ใช้กลยุทธ์รักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ควบคู่กับการเจาะตลาด OEM ในส่วนภูมิภาค รวมทั้งเน้นงานโครงการระยะสั้นที่บริหารโดยทีมงานภายในเพื่อควบคุมคุณภาพและต้นทุน นอกจากนี้เพื่อต่อยอดความสำเร็จ จากปีที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ได้เปลี่ยนฐานลูกค้าที่หมดระยะรับประกัน ให้กลายเป็นสัญญาบริการ PM และ Service เพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้ประจำที่ยั่งยืน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

ล่าสุดมีคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่ม Trading จากลูกค้าแล้ว 16 คําสั่งซื้อ มูลค่ารวม 3.49 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยส่งมอบแล้วเสร็จได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2569 รวมถึงงานติดตั้งระบบตู้ทำน้ำร้อน-น้ำเย็น พร้อมระบบกรองรวม 4 โครงการ มูลค่า 1.96 ล้านบาท โดยทยอยส่งมอบและติดตั้ง แล้วเสร็จไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 4 ของปีนี้

ธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) : กลุ่มธุรกิจ B2 ลูกค้าผู้ประกอบการร้านอาหาร และธุรกิจโรงแรม กลับมาดำเนินธุรกิจในสภาวะปกติ ทำให้บริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์กับความต้องการฐานลูกค้าเดิม พร้อมเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ Segment ใหม่ และพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบงานซ่อมบำรุงรักษามาตรฐานการเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร นอกจากนี้ยังคงมุ่งเน้นรักษามาตรฐานบริการหลังการขายแบบ Total Solutions Provider ให้ลูกค้าสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

“ปัจจุบันบริษัทฯ มีรายได้หมุนเวียนหลักลักษณะ Recurring Income จากงานซ่อมบํารุงประเภท Preventive Maintenance (PM) ซึ่งลักษณะลูกค้าจะทำสัญญาต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับสัญญางาน PM จากลูกค้าหลายราย พร้อมยังคงรักษาฐานลูกค้า เพื่อสร้างฐานรายได้ให้เติบโตอย่างมั่นคง”

กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) : บมจ. เคที เมดิคอล เซอร์วิส KTMS บริษัทฯวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม 4-7 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวต้องพิจารณาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน

ขณะที่บริษัท เนโฟร วิชัน จำกัด เตรียมเพิ่มเครื่องไตเทียมอีก 1 – 2 เครื่อง ภายในไตรมาส 2/2569 ด้านบริษัท เออร์วิง คอร์ปอเรชัน จำกัด ล่าสุดมีคำสั่งซื้อติดตั้งระบบน้ำจากลูกค้าแล้ว 11 โครงการ มูลค่ารวม 4.68 ล้านบาท โดยคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569 และบริษัท เมดิคอล วิชัน จำกัด ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตั้งระบบท่อลมรับ-ส่งสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ 2 โครงการ มูลค่า 3.18 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2569

กลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) : โครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน)1 จะดำเนินการโอนกรรมสิทธิที่ดิน ตามเงื่อนไขของสัญญาจะซื้อจะขาย และสําหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลําพูน) 2 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดําเนินการพัฒนาโครงการ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการรวม 531.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252.69 ล้านบาท หรือคิดเป็น 90.61 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ มีรายได้ 17.21 ล้านบาท ,กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย รายได้ 95.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.95 % (YoY),กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ ทำรายได้ 174.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17 % (YoY) และ ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร มีรายได้ 243.77 ล้านบาท

spot_imgspot_img