spot_img

NewsFEED Channel

NewsFEED Channel

รพ.จุฬาภรณ์ จับมือ แบรนด์ซุปไก่ จัดงาน “CRA BRAIN POWER” รับวันสมองโลก

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพ “CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม” เนื่องในวันสมองโลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคสมองและระบบประสาท พร้อมส่งเสริมการดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันให้แก่ประชาชน โดยแบรนด์ซุปไก่สกัด ภายใต้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพสมอง ภายในงานมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท และสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสมองในทุกช่วงวัย

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “สมองเป็นอวัยวะสำคัญที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย ความคิด ความจำ
การเคลื่อนไหว และการดำเนินชีวิต การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และการได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วสำหรับโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกสมอง โรคพาร์กินสัน หรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยได้ ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง สหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกัน ลดปัจจัยเสี่ยง และเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม”

นางสาวจตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) กล่าวว่า “สุขภาพสมองเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย การดูแลสุขภาพสมองจึงเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการใช้ชีวิตในระยะยาว แบรนด์มุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกช่วงวัยภายใต้ปรัชญา Seikatsusha ที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง พร้อมนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย โดย ‘แบรนด์ซุปไก่สกัด’ มีคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง ขณะที่ ‘แบรนด์ โกลด์’ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรายังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคการแพทย์ และภาคสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพสมอง และยกระดับความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้แก่ประชาชน โดยมุ่งให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยแบรนด์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมสุขภาพสมองและคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการให้ความรู้และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยที่ผ่านมา เราได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกหน่วยตรวจสุขภาพ การเผยแพร่องค์ความรู้ การมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลและชุมชน การเชิญบุคลากรทางการแพทย์มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรม Open House สำหรับเยาวชนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และล่าสุด ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ‘แบรนด์ โกลด์’ ยังได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘เช็กสัญญาณฟิต ชีวิตไปต่อ’ เพื่อส่งเสริมแนวคิด Active Aging และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาวะ พร้อมส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยสามารถดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน”

ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ หัวหน้างานศัลยกรรมทั่วไป แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทและรังสีร่วมรักษาระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เป็นภาวะที่ผนังหลอดเลือดสมองมีการโป่งพองออก ทำให้มีโอกาสปริแตก ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองหรือภายในเนื้อสมองบริเวณนั้น ซึ่งเกิดจากปัจจัยเสี่ยงได้หลายประการ อาทิ ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด อายุที่มากขึ้น หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีการแตกของเส้นเลือดปริเวณที่โป่งพองและมีเลือดออก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการปวดศีรษะ ซึ่งบ่อยครั้งเป็นอาการปวดศีรษะที่รุนแรงที่สุดในชีวิต นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แขนขาอ่อนแรง ระดับความรู้สึกตัวลดลง และในรายที่รุนแรงอาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ หากเกิดการแตกซ้ำ ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือพิการอาจสูงถึงร้อยละ 50–70 ปัจจุบัน แนวทางรักษามี 3 วิธีหลัก คือ 1. การผ่าตัดหนีบหลอดเลือดบริเวณที่โป่งพองเพื่อป้องกันการแตก 2. การรักษาผ่านสายสวนด้วยเทคโนโลยีการอุดหลอดเลือดที่โป่งพองด้วยขดลวดขนาดเล็ก ซึ่งในปัจจุบัน มีอุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การรักษาผ่านสายสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ขดลวดหรือ stent ที่มีตาถี่อย่างละเอียดเพื่อเปลี่ยนทางเดินเลือดไม่ให้เข้าสู่บริเวณที่เส้นเลือดสมองโป่งพอง และแนวทางสุดท้ายคือการติดตามอาการในกรณีที่ความเสี่ยงต่ำ ทั้งนี้ การพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดและตำแหน่งของหลอดเลือดสมองที่โป่งพอง การเข้าถึงโดยการผ่าตัด ความเสี่ยงของแต่ละวิธี รวมถึงอายุและสุขภาพของผู้ป่วย นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังพร้อมนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผ่าตัดสมองแผลเล็ก (Minimally Invasive Brain Surgery) และการผ่าตัดผ่านโพรงจมูกเพื่อรักษาเนื้องอกฐานกะโหลกและต่อมใต้สมอง ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อสมอง ลดความเจ็บปวด ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว ควบคู่กับการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด”

พญ. อาทิตา ชูหลำ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจึงควรตระหนักถึงสัญญาณเตือนด้วยหลัก FAST ประกอบด้วย B (Balance): เวียนศีรษะร่วมกับอาการสูญเสียการทรงตัวทันทีทันใด E (Eye): ตามืดบอด มองไม่เห็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หรือมองเห็นภาพซ้อนแบบฉับพลัน F (Face): หน้าเบี้ยว ปากตก ยิ้มไม่เท่ากัน A (Arm): แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก S (Speech): พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือฟังไม่เข้าใจ และ T

(Time): ใช้เวลาในการมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะ ‘Time is Brain’ ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งช่วยลดการสูญเสียเนื้อสมอง ลดความพิการ และลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในอนาคตได้ ทั้งนี้ การป้องกัน Stroke สามารถทำได้โดยการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมเบาหวานและไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุมน้ำหนักตัว ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อป้องกันความพิการและโอกาสการเสียชีวิต ตลอดจนลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในอนาคตอีกด้วย”

พญ.ชัญญา วุฒิไกรกุล อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือภาวะที่ความผิดปกติของสมองส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการเสื่อมของการทำงานของสมองหลายด้าน ทั้งความจำ การคิด การวางแผน การตัดสินใจ การใช้ภาษา การรับรู้สิ่งรอบตัว และการทำกิจวัตรประจำวัน ภาวะสมองเสื่อมจึงไม่ใช่เพียงอาการหลงลืมตามวัย แต่เป็นความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ หากเริ่มมีอาการลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามคำถามซ้ำ หลงทางในสถานที่คุ้นเคย หรือไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมเพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง รวมถึงกิจกรรม Mini Workshop “ฟิตสมองได้ในชีวิตจริง” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การฝึกสมาธิและกิจกรรมกระตุ้นสมองจากผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ภายใน Experience Zone ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพและร่วมกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพสมอง อาทิ การตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ การประเมินดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิต ตรวจองค์ประกอบร่างกาย เกมทดสอบความจำ เกมฝึกสมอง การให้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อบำรุงสมอง เทคนิคการจัดการความเครียด รวมถึงกิจกรรมสะสมแต้มเพื่อรับของที่ระลึก และกิจกรรมถ่ายภาพ Brain Power Challenge

“สำหรับกิจกรรม ‘CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม’ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพสมองแก่สาธารณชน และในอนาคต BRAND’S พร้อมเดินหน้าร่วมเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมสุขภาพ การจัดเสวนา และโครงการรณรงค์ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพสมอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย” นางสาวจตุรพร กล่าวเสริม

spot_imgspot_img