บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID บริษัทในกลุ่ม WHA Group เผยความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (WHA ESIE 5) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง หลังกลุ่มไฮเออร์ (Haier Group) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 17 ปี เดินหน้าก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมียมแห่งใหม่ บนพื้นที่ประมาณ 136 ไร่ ด้วยงบลงทุนกว่า 5,250 ล้านบาท เพื่อเป็นฐานการผลิตสำคัญในการป้อนตลาดประเทศไทยและส่งออกสู่ตลาดโลก
โรงงานเครื่องซักผ้าแห่งนี้มีกำลังการผลิต 3 ล้านเครื่องต่อปี และเป็นหนึ่งในการลงทุนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้ โดยไฮเออร์วางแผนส่งออกสินค้าในสัดส่วน 60–70% ไปยังตลาดยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และตะวันออกกลาง โครงการดังกล่าวยังสร้างตำแหน่งงานในพื้นที่กว่า 1,000 อัตรา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเออร์ของไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับนานาชาติ
นายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไฮเออร์เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ขยายการลงทุนร่วมกับ WHAID อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาดำเนินธุรกิจในไทยกว่า 20 ปี ไฮเออร์ได้ขยายฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่ WHAID หลายแห่ง ทั้งใน WHA ESIE3 จังหวัดชลบุรี หรือแม้แต่ใน WHA ESIE 5 แห่งนี้ก็มีการก่อสร้างโรงงานสำหรับผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไฮเออร์ รวมทั้งบริษัทที่เป็น Supply Chain อยู่ก่อนแล้ว และล่าสุดคือโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าพรีเมียม ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 3 ของกลุ่มบริษัทฯ การตัดสินใจเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องของไฮเออร์ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่านิคมฯแห่งนี้มีความพร้อมสมบูรณ์แบบทั้งในด้านทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์และระบบสาธารณูปโภคครบวงจร สามารถตอบโจทย์การดำเนินงานของโรงงานอัจฉริยะยุคใหม่ในทุกขั้นตอนการดำเนินงานจริง ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่สำหรับการวางฐานการผลิตขนาดใหญ่ การเชื่อมต่อระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า รวมไปถึงการให้บริการด้านระบบสื่อสารเทคโนโลยีให้ครอบคลุมกับการผลิตสมาร์ทโฮม ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด”
การปักหมุดโครงการของไฮเออร์ในนิคมฯ WHA ESIE 5 ได้รับประโยชน์จากทำเลที่ตั้งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ติดทางหลวงหมายเลข 3191 และ 3143 เชื่อมต่อตรงสู่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังในระยะทาง 56 กิโลเมตร เอื้อต่อการใช้สิทธิประโยชน์จากความเป็นเขตส่งเสริมของ EEC และได้รับการส่งเสริมจาก BOI ที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และภาษีศุลกากรสำหรับการกระจายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างคล่องตัว โดยปัจจุบัน WHAID ได้พัฒนาพื้นที่เฟสแรกจำนวน 3,400 ไร่เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเตรียมขยายเฟส 2 อีก 3,500 ไร่ในอนาคต
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นิคมฯ WHA ESIE 5 ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน Smart Eco Industrial Estate เพื่อรองรับสายการผลิตอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ (Automation) ตามแนวทาง Industry 4.0 และ AI ได้อย่างสมบูรณ์ โครงข่ายระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพเพื่อรองรับการเดินเครื่องสายการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตั้งท่อร้อยสายเคเบิลใยแก้วนำแสง FTTx ใต้ดินทั่วทั้งพื้นที่ ช่วยให้โรงงานสามารถเชื่อมต่อระบบปฏิบัติการและประมวลผลข้อมูลได้ทันที ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการติดตั้งระบบและเร่งความเร็วในการนำสินค้าออกสู่ตลาด (Speed to Market)
นอกจากนี้ นิคมฯ WHA ESIE 5 ยังสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนและมาตรฐาน ESG ของไฮเออร์ ด้วยระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบ Zero Discharge ที่บำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในระบบ (Reclamation Water) ควบคู่กับโซลูชันพลังงานสะอาดจาก WHA Solar ทั้งการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Street) ตลอดแนวถนน มีบริการติดตั้ง Solar Rooftop และโซลาร์ลอยน้ำและโซลาร์บนหลังคาที่จอดรถ (Solar Carpark) ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่ WHA ESIE 5 แห่งนี้ยังได้รับการพัฒนาแบบ Industrial Town ที่ผสานพื้นที่อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และที่พักอาศัยเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ. ระยอง) และวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย และสถาบันการศึกษาในจังหวัดอื่นๆในเขตพื้นที่ EEC และนอกพื้นที่ EEC ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคนิค เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบการผลิตอุตสาหกรรมขั้นสูงในระยะยาว



